15/4/53 | By: โจ้

นางสังขารประจำปี 2553 ได้แก่ "น้องพลอย" พอยไพลิน สมบัดจะเลิน

นางสังขารประจำปี 2553 ได้แก่ “น้องพลอย”พอยไพลิน สมบัดจะเลิน

นางสังขารประจำปี 2553 ได้แก่ 
"น้องพลอย" พอยไพลิน สมบัดจะเลิน

พอยไพลิน สมบัดจะเลิน "น้องพลอย" จากโรงเรียนมัธยมสมบูรณ์สันติภาพ 
สาวมั่นบนเวทีประกวด นางสังขารคนใหม่

ປະກາດສັງຂານ 
ປະຕິທິນ​ລາວ ​ແຫ່ງ​ປີ ພ​.ສ 2553

ປະກາດສັງຂານ ປະຕິທິນ​ລາວ ​ແຫ່ງ​ປີ ພ​.ສ 2553

นางสังขาร ปีนี้เป็น นางมณฑาเทวี ทรงพาหุรัด ทัดดอกจำปา อาภาภรณ์แก้วไพฑูรย์ เสวยนมเนย ทรงมีสิริโสมสวยงาม ทรงคัสสะ (ลา) เป็นพาหนะ



นางสังขารประจำปี 2553 ได้แก่ “น้องพลอย”พอยไพลิน สมบัดจะเลิน

 ปีนี้ชาวหลวงพระบางได้ “น้องพลอย” พอยไพลิน สมบัดจะเลิน นักเรียนชั้นมัธยมปลาย ลูกหลานของชาวเมืองหลวง เป็นนางสังขาร ซึ่งเป็นประกวดเนื่องในเทศกาลขึ้นปีใหม่ประเพณี เพื่อให้มีสาวงามไปทำหน้าที่สำคัญ สืบสานประเพณีที่มีมายาวนานในวโรกาสอันสำคัญของชาวลาว
      
       “พอยไพลิน” อายุเพียง 16 ปี กำลังเรียนที่โรงเรียนมัธยมสมบูรณ์สันติภาพแห่งเมืองหลวงพระบาง นับเป็นนางสังขารที่มีอายุน้อยที่สุดคนหนึ่ง เธอได้รับการคัดเลือกจากผู้ที่เข้าประกวดจำนวน 40 คนด้วยกัน
      
       น้องพลอยเป็นสาวน้อยที่มีเชื่อมั่นในตัวเอง ตอบคำถามต่างๆ ได้ชัดถ่อยชัดคำ และไม่ได้แสดงความขัดเขินใดๆ ระหว่างการประกวดรอบสุดท้ายคืนวันที่ 13 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งมีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ลาวสตาร์ทีวี
      
       อะลุนนี มะนีวง นางสังขารปี 2552 ได้ขึ้นปรากฏตัวบนเวทีอำลาการทำหน้าที่ของเธอในปีที่ผ่านมา และเป็นผู้สวมมงกุฎให้ “น้องพลอย” เพื่อทำหน้าที่สืบต่อในปีนี้
      
       นอกจากนางสังขาร และการประกวดยังได้คัดเลือกรองเอาไว้อีก 2 คน เพื่อทำหน้าที่แทนในกรณีที่จำเป็นต่างๆ แต่เวทีประกวดแห่งนี้ได้คัดเลือกสาวงามเอาไว้ทั้งหมด 7 คน เพื่อทำหน้าที่ “ธิดาทั้ง 7” ของท้าวกะบินละพม ในพิธีสำคัญเนื่องในเทศกาลขึ้นปีใหม่
      
       น้องพลอย กำลังจะทำหน้าที่เป็นนางมนทาเทวี 1 ใน “ธิดาทั้ง 7” ซึ่งได้หมุนเวียนทำหน้าที่นางสังขารประจำปีนี้ ซึ่งตามตำนานนั้นธิดาองค์นี้ เป็นหญิงสาวสวยทรงพาหุรัดทัดดอกจำปา อาภรณ์แก้วไพฑูรย์ เสวยภักษาหาร นมและเนย หัถต์ขวาทรงเหล็กแหลม หัตถ์ซ้ายทรงไม้เท้า ทรงคัสสะ หรือ ลาวเป็นพาหนะ


น้องพลอย  เป็นนางมนทาเทวี 
กับธิดาอีก 6 คนของท้าวกะบินละพม
ในที่สุดชาวหลวงพระบางก็ได้ "น้องพลอย" เป็นนางมนทาเทวี กับธิดาอีก 6 คนของท้าวกะบินละพม ไปทำหน้าที่แห่เศียรของพิดาไปทำพิธีรดน้ำ เพื่อเป็นศิริมงคลเนื่องจากเทศกาลขึ้นปีใหม่ประเพณี
      
       
       ตามกำหนดการจัดงานของทางการ วันที่ 15 เม.ย.ซึ่งเป็นวัน “สังขารเนา” หรือ “สังขารเน่า” นางสังขารจะเข้าทำพิธีสำคัญเป็นครั้งแรก โดยร่วมกับพี่ๆ น้องๆ อีก 6 คน แห่เศียรของท้าวกะบิลละพมผู้เป็นบิดาจากวัดทาด ไปยังวัดเชียงทอง ซึ่งเป็นวัดศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองทำพิธีรดน้ำเพื่อเป็นสิริมงคล ในบ่ายวันเดียวกันก็มีกำหนดจะต้องเข้าร่วมขบวนแห่วอตามประเพณีที่สืบกันมา แต่โบราณกาล
      
       สื่อของทางการกล่าวก่อนหน้านี้ ว่า ตำแหน่งนางสังขารไม่ได้จำกัดอายุ เน้นไปที่รูปร่างหน้าตา แต่เลือกบุคลิกลักษณะ การพูดจา ความเชื่อมั่นในตนเองกับความสามารถในการ แสดงออก เพื่อไปทำหน้าที่ในพิธีสำคัญในเทศกาลขึ้นปีใหม่ประเพณีนิยม ลูกหลานของชาวเมืองหลวงพระบางทุกคนจึงมีสิทธิ์เข้าประกวดและมีโอกาสที่จะได้ ทำหน้าที่นี้อย่างเท่าเทียม
      
       อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลายปีมานี้ ผู้ชนะเลิศการประกวดนางสังขารส่วนใหญ่จะเป็นนักเรียนหรือนักศึกษาที่กำลัง เรียนระดับอุดมศึกษา บางคนเป็นลูกหลานของชาวหลวงพระบาง แต่ไปศึกษาต่อในนครเวียงจันทน์

 ข้อมูลจาก ASTV และ luangprabang2day.activeboard.com


0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น