3/5/53 | By: โจ้

CVS (Computer Vision Syndrome) โรคร้ายสำหรับชาวคอมพิวเตอร์


CVS (Computer Vision Syndrome)
โรคร้ายสำหรับชาวคอมพิวเตอร์


การใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน เสี่ยงโรคสมัยใหม่ “โรคซีวีเอส” ทำให้เกิดอาการทางสายตาและอาการทางระบบกล้ามเนื้อและข้อ

http://www.xn--82c9iwa.com WWW.โจ้.COM การใช้คอมพิวเตอร์เป็นระยะเวลานาน ๆ นั้นทำให้เกิดกลุ่มอาการ Carpal Tunnel Syndrome หรือ CTS โดยเชื่อว่าเป็นการเกิดจากกลไก repetitive stress injuries ของเอ็นและกล้ามเนื้อบริเวณรอบข้อมือโดยบางคนถือว่าเป็นภัยที่มองไม่เห็น หรือเรียกว่า Invisible computer diseases เพราะผู้ใช้บางทีไม่รู้ว่าเกิดอาการ แต่เมื่อไปบ่นกับเพื่อนร่วมงานแล้วมักมามองสาเหตุการเกิด ปัจจุบันมีศาสตร์ที่เรียกว่า การยวิทยา มาช่วยอธิบายและไขปัญหาเหล่านี้ และเมื่อไม่นานมานี้มี Special Health Report from Harvard Medical School ได้ปฏิเสธกลไกนี้เนื่องจากเป็นความเชื่อที่ผิดว่าการมี repetitive stress injuries ของเอ็นและกล้ามเนื้อบริเวณรอบข้อมือในขณะใช้คอมพิวเตอร์นั้น ไม่เหมือนกับการอธิบายแบบกลไกหารเกิดโรคอื่น เช่น tennis elbow ซึ่งเป็นการบาดเจ็บของเอ็นและกล้ามเนื้อจากการ ทำงานซ้ำ ๆ ของกล้ามเนื้อและอ็นบริเวณข้อศอกของแขนที่ใช้จับไม้เทนนิส แต่ CTS นั้นเกิดจากการกดของเส้นประสาท median nerve ซึ่งอาจอธิบายไม่ได้ชัดเลยว่าการใช้งานคอมพิวเตอร์มากหรือผิดหลักการยวิทยา นั้นทำให้เกิด และก็มีความสัมพันธ์กัน

      
 ปัจจุบันคอมพิวเตอร์เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นการใช้เพื่อประโยชน์ในการทำงานหรือค้นหาข้อมูล รวมถึงใช้เพื่อความสนุกสนานเพลิดเพลิน โดยผลสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติล่าสุดในปี 2551 คนไทยอายุ 6 ปีขึ้นไป ใช้คอมพิวเตอร์จำนวน 16.99 ล้านคน ในบ้านทุก 100 ครัวเรือน จะมีบ้านที่มีคอมพิวเตอร์ 24.8 เครื่อง การใช้คอมพิวเตอร์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากในปี 2547 มีผู้ใช้ 12.54 ล้านคน
      
ผลจากการใช้ คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน และมีสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม จะทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพ เกิดอาการที่เรียกว่า ซีวีเอส (CVS:Computer Vision Syndrome) ซึ่งมี 2 กลุ่มอาการใหญ่ๆ กระทบต่อการทำงานของอวัยวะ ได้แก่ ตา เนื่องจากใช้มองคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน และกระทบต่อระบบกล้ามเนื้อและกระดูกซึ่งจะเกี่ยวกับท่านั่งขณะใช้ คอมพิวเตอร์ ในกลุ่มหลังนี้ต้องระมัดระวัง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่มีอายุเกิน 40 ปีที่มีปัญหาเรื่องโรคต่างๆ เช่น โรคข้อ ระบบกล้ามเนื้อ ซึ่งนับวันจะมีเพิ่มมากขึ้น หากใช้คอมพิวเตอร์ไม่ถูกวิธี ก็จะมีปัญหาทั้งสายตาและมีอาการปวดไหล่ ปวดคอมากขึ้น
      
       นพ.ฐาปนวงศ์ ตั้งอุไรวรรณ จักษุแพทย์ประจำโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า จังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า มีผลการวิจัยพบว่า เด็กที่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน จะทำเกิดให้เกิดสายตาสั้นเพิ่มขึ้นร้อยละ 30 โดยเฉพาะเด็กมักจะใช้คอมพิวเตอร์ตลอด 24 ชั่วโมง ผู้ที่สายตาสั้นอยู่แล้วจะทำให้สั้นมากขึ้น ซึ่งจะจัดอยู่ในกลุ่มอาการทางตา แต่ไม่มีตัวเลขที่แน่นอน ปัจจุบันในประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี จีน ฮ่องกง พบว่ามีเด็กสายตาสั้นเพิ่มขึ้นร้อยละ 30 แต่ไม่มีอันตรายต่อตา มีเพียงผลข้างเคียง เช่น อาการล้า ตาแห้ง ตามัวชั่วคราว ไม่ถึงขั้นตาบอด และมีอาการคอเคล็ด ปวดไหล่ ปวดข้อ ในบางคนจะเป็นระยะยาว สาเหตุที่ทำให้เกิดกลุ่มอาการทางตา เกิดจากการใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานานเกิน 25 นาที และตั้งจอคอมพิวเตอร์ที่ปรับระดับไม่เหมาะสมกับสายตา หรือวางเมาท์ที่ไม่ได้ระดับกับแขน ความสว่างของไฟ การนั่งเป็นเวลานาน เป็นต้น
 

http://www.xn--82c9iwa.com WWW.โจ้.COM

      
        การจ้องมอง คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน มีผลต่อระบบของการกรอกตา ระบบกล้ามเนื้อและประสาท ซึ่งจะเกิดหลังจากใช้สายตานานผิดปกติ ทำให้เกิดอาการดวงตาล้า ดวงตาตึงเครียด ตาช้ำ ตาแดง แสบตา การมองเห็นภาพไม่ชัดอยู่ในลักษณะภาพมัวๆ น้ำตาไหลมาก ปวดหัว ปวดคอ ปวดไหล่และหลัง
      
ผลวิจัยพบเด็กใช้ “คอม” นานเกิน 25 นาที สายตาสั้นเพิ่มร้อยละ 30 ส่วนผู้ใหญ่อาจทำให้ไหล่ คอเดี้ยงได้  แนะการป้องกัน ควรพักสายตาเป็นเวลา 25 นาที พัก 5 นาที ใส่แว่นสายตาที่เหมาะสม ปรับความถี่คอมพิวเตอร์อยู่ในระดับ 70-80 เฮิรตซ์ 

        ในการป้องกันปัญหาทางสายตาจากการใช้คอมพิวเตอร์ แนะนำว่าควรกระพริบตาบ่อยๆ พักสายตาเป็นเวลา 25 นาที พัก 5 นาที หรือ 30 นาที พัก 10 นาที ถ้าหากจำเป็นอย่างน้อย 25 นาทีก็ควรพัก 1 ครั้ง หรือใช้วิธีมองวิวนอกหน้าต่าง มุมห้อง หรือไปเดินเล่น “ถ้าจะให้ดี การงีบหลับบนโต๊ะทำงานหลังอาหารเที่ยงประมาณ 15 นาที จะเป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุดในเวลาทำงาน และควรใส่แว่นสายตาที่เหมาะสม แว่นที่แนะนำให้ใช้ ควรใช้แว่นตาชั้นเดียว ชนิดใช้เลนส์เคลือบสารป้องกันการสะท้อนของแสง และป้องกันรังสีคลื่นแม่เหล็กด้วย ”  หลังจากมีอาการเมื่อยล้า ปวดหัว ซึ่งเกิดจากการเครียด ปวดที่ไหล่ ข้อมือ หลัง ขา ซึ่งเป็นอาการทางระบบกล้ามเนื้อและข้อ ต้องไปพบแพทย์ การรักษาจะต้องใช้เวลานานเป็นลูกโซ่ต่อเนื่อง บางรายอาจต้องใช้ยากิน ยาหยอดตา เช่น น้ำตาเทียม บางรายต้องใช้กายภาพบำบัดควบคู่ไปด้วย เพื่อให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย

      
http://www.xn--82c9iwa.com WWW.โจ้.COM

     
วิธีการป้องกันอาการที่เกิดจากการใช้ คอมพิวเตอร์ที่ดีที่สุด คือ การจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม เช่น วางคอมพิวเตอร์ให้ห่างจากตาประมาณ 20-26 นิ้ว วางคีย์บอร์ดและเมาท์ให้อยู่ต่ำกว่าศอก แสงไฟไม่ควรส่องจากด้านหลัง และที่สำคัญ ไม่ควรส่องเข้าหาจอคอมพิวเตอร์ การปรับคอมพิวเตอร์ควรปรับหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้มีความสว่างเท่ากับความสว่าง ของห้อง ปรับความถี่ของคอมพิวเตอร์อยู่ในระดับ 70-80 เฮิร์ต หรือปรับให้สูงสุดเท่าที่ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ยังรู้สึกสบายตา การใช้ตัวหนังสือควรใช้ตัวหนังสือสีดำบนพื้นสีขาว ใช้แผ่นกรองแสง และดูแลหน้าจอคอมพิวเตอร์ไม่ให้มีฝุ่นเกาะติด เพื่อทำให้การมองเห็นชัดเจน

http://www.xn--82c9iwa.com 
 WWW.โจ้.COM

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น