30/5/53 | By: โจ้

บารากู่ (Hookah) หลงควันบารากู่ กู่ไม่กลับ


บารากู่ (Hookah) หลงควันบารากู่ กู่ไม่กลับ

http://www.xn--82c9iwa.com WWW.โจ้.COM
 บารากู่ (Hookah) หลงควันบารากู่ กู่ไม่กลับ

บารากู่  กำลังได้รับความนิยมอย่างมากโดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น โดยมักเสพในสถานบันเทิง ผับ บาร์ หรือแม้กระทั่งตามชุมชนต่างๆ

บารากู่ หรือที่ชาวอาหรับเรียกว่า ฮุกก้า (Hookah) หรือชีช่า (Sheesha)  เป็นอุปกรณ์สำหรับการสูบยาเส้นชนิดหนึ่งที่มีมานานแล้ว ซึ่งนำเข้าจากประเทศอียิปต์หรืออินเดีย ได้รับความนิยมจากกลุ่มวัยรุ่นทั้งชายและหญิงเป็นจำนวนมาก



http://www.xn--82c9iwa.com  WWW.โจ้.COM





อุปกรณ์ในการสูบบารากู่ (Hookah)

การสูบบารากู่ นิยมใช้อุปกรณ์ชิ้นเดียว ล้อมวงกันสูบหลายๆ คน เตาบารากู่ประกอบด้วยส่วนบนสุดใช้วางยาเส้นที่เรียกว่า มาแอสเซล (MU'ASSEL) ซึ่งเป็นส่วนผสมของใบยาสูบ (tobacco) กับสารที่มีความหวาน เช่น น้ำผึ้งหรือกากน้ำตาล หรือผลไม้ตากแห้ง ทำให้เกิดกลิ่นหอม ซึ่งมักจะห่อไว้ในกระดาษฟอยล์ โดยจะใช้ถ่านหรือความร้อนจากไฟฟ้าในการเผายาเส้น ควันจากการเผาไหม้จะผ่านน้ำมายังส่วนล่างสุด ซึ่งเป็นภาชนะที่ทำด้วยแก้วสวยงามที่บรรจุน้ำไว้ ซึ่งผู้สูบเชื่อว่าจะสามารถกรองเอาของเสียต่างๆ เอาไว้ และผ่านไปยังท่อที่ต่อกับส่วนปากดูดเพื่อใช้ในการดูดควัน

http://www.xn--82c9iwa.com WWW.โจ้.COM


ในแถบตะวันออกกลางและตุรกี สามารถพบได้ในร้านอาหารและ ภัตตาคารทั่วไป ใช้สูบหลังอาหารแทนบุหรี่ บางแห่งสูบกันในแหล่งที่ใช้เป็นที่สังสรรค์ ดูรายการยอดนิยม หรือดูกีฬาระดับชาติร่วมกัน เมื่อไม่นานมานี้หลายรัฐในอเมริกาและแคนาดา ได้ห้ามการสูบในที่สาธารณะ ที่สกอตแลนด์และอังกฤษก็ห้ามเช่นกัน  ในขณะเดียวกันก็เริ่มเป็นที่นิยมในบางแห่ง เช่น สเปนและรัสเซีย

ในเอเชียโดยเฉพาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เริ่มรู้จักกันมากขึ้น เริ่มเป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่นในปากีสถานและอัฟกานิสถาน ที่อินเดีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ก็มีความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว 

http://www.xn--82c9iwa.com WWW.โจ้.COM
 อุปกรณ์ในการสูบบารากู่ (Hookah)

ส่วนในประเทศไทยบารากู่พบแพร่หลายในสถานที่เที่ยวทั่วไป แม่ว่าตั้งแต่เริ่มมีข่าวเรื่องวัยรุ่นกับการใช้บารากู่ตั้งแต่ปี 2546 กระทรวงสาธารณสขได้ทำเรื่องเสนอไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเพื่อ พิจารณาประกาศห้ามจำหน่ายและนำเข้าผลิตภัณฑ์นี้และได้รับการตอบรับแล้วก็ตาม


ศจย.ร่วมกับ สสส.สำรวจ พบเยาวชน 81% รู้จักบารากู่ดี แถมอยากลอง หาซื้อง่าย ไม่กลัวกฎหมาย ร้านเหล้ารอบหอพัก ตัวการสำคัญ แถมมีบริการส่งถึงห้อง ห่วงวัยรุ่นไทยเข้าใจผิด เหตุเชื่อว่าไม่มีพิษ ไม่ติดเหมือนบุหรี่ ผู้หญิงมีแนวโน้มติดง่ายกว่า ชี้พิษมากกว่าบุหรี่ถึง 6 เท่า เสนอเร่งแก้กฎหมายอุดช่องโหว่ ทั้งการขาย-นำเข้า
 
      


http://www.xn--82c9iwa.com WWW.โจ้.COM        ดร.ศรีรัช ลาภใหญ่ อาจารย์ประจำสาขาสื่อสารการตลาด คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวถึงการศึกษากลยุทธ์การตลาดของยาสูบประเภท “บารากู่” และพฤติกรรมการบริโภคบารากู่ ในกลุ่มเยาวชน โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ว่า ได้ทำการศึกษาพฤติกรรมกลุ่มตัวอย่าง ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย-อุดมศึกษา จำนวน 783 ราย พบว่า เยาวชน 81% รู้จักว่า บารากู่ คืออะไร โดย 34% สูบบารากู่เป็นประจำ และเป็นผู้ที่เคยสูบบุหรี่มาก่อน เยาวชน 57% รู้จักบารากู่จากร้านสุรา สอดคล้องกับผลการสำรวจที่ชี้ว่า สถานที่ที่วัยรุ่นนิยมสูบบารากู่มากที่สุด คือ ร้านเหล้า รองลงมา คือ ร้านเหล้าปั่น และหอพัก นอกจากนี้ ยังพบว่า กลุ่มเยาวชนที่นับถือศาสนาอิสลาม มีการสูบบารากู่เช่นกัน และเริ่มสูบตั้งแต่อายุยังน้อย คือ พบว่า เริ่มที่อายุ 12 ปี เยาวชนมุสลิมมีอัตราการสูบบารากู่มากขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งต้องเร่งทำความเข้าใจถึงอันตรายต่อไปกับกลุ่มเสี่ยงนี้
      

http://www.xn--82c9iwa.com WWW.โจ้.COM
       “พบว่า บารากู่ และบุหรี่ปรุงรส หาซื้อได้ง่าย แม้แต่เยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี ที่กฎหมายห้ามจำหน่าย กว่าครึ่งหนึ่งยังสามารถซื้อได้ โดย 90% ยอมรับว่า บารากู่เป็นสารที่วัยรุ่นชอบลอง มีเพื่อนเป็นผู้ชักชวน โดยเฉลี่ยวัยรุ่นที่สูบบารากู่จะสูบสัปดาห์ละครั้ง มี 32.3% ที่มีอุปกรณ์ประกอบการสูบ (เตาสูบ) เป็นของตนเอง สามารถหาซื้ออุปกรณ์ได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นในตลาดนัดกลางคืน แหล่งชอปปิ้งชื่อดังหลายแห่ง แผงลอย ร้านตามตลาดนัดสุดสัปดาห์ ร้านขายส่ง และอินเทอร์เน็ต ที่น่าเป็นห่วง คือ หอพักที่อยู่ใกล้สถานศึกษา จะมีบริการส่งชุดสูบบารากู่ถึงห้องพัก และยังพบว่า การขายเตาบารากู่ได้ระบาดไปถึงในห้างสรรพสินค้าประเภทดิสเคานต์สโตร์ที่เปิด แผงลอยให้ผู้ค้าภายนอกเข้ามาทำการค้าด้วย” ดร.ศรีรัช กล่าว
      
       ดร.ศรีรัช กล่าวว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วง คือ ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับบารากู่ เพราะกลุ่มตัวอย่าง 47% เห็นว่า การสูบบารากู่นั้นจะไม่ทำให้เสพติด กลุ่มตัวอย่าง 62% เชื่อว่า การสูบทำให้เกิดความสุข ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน กลุ่มตัวอย่าง 44% เชื่อว่า บารากู่เป็นสมุนไพร กลุ่มตัวอย่าง 56% เชื่อว่า มีพิษน้อยมากหากเทียบกับบุหรี่ กลุ่มตัวอย่าง 66% เชื่อว่า บารากู่ เป็นวัฒนธรรมอาหรับเก่าแก่ที่ไม่มีอันตราย ที่สำคัญ คือ ผู้หญิงจะมีทัศนคติด้านบวก และไม่กลัวที่จะลองสูบ เนื่องจากมีรสผลไม้ กลิ่นหอม รสหวาน และเชื่อว่า อันตรายน้อยกว่าบุหรี่ รวมทั้งผู้หญิงเชื่อว่า การสูบบารากู่จะทำให้ผู้หญิงมีภาพลักษณ์ดีกว่าผู้หญิงสูบบุหรี่ ซึ่งถือเป็นความเข้าใจผิด เพราะยาสูบบารากู่มีพิษภัยกว่าบุหรี่ถึง 6 เท่า หากสูบทุกวันจะเท่ากับสูบบุหรี่วันละ 10 มวน หากสูบเป็นครั้งคราวจะเท่ากับสูบครั้งละ 2 มวน ซึ่งบารากู่ คือ ยาสูบชนิดหนึ่งซึ่งทำให้เกิดการเสพติดได้
      

ผู้สูบบารากู่มักเข้าใจผิดว่า การสูบยาเส้นผ่านน้ำจะทำให้ปลอดภัยมากขึ้น แต่ผลการวิจัยได้พิสูจน์ให้เห็นว่า ยาเส้นประเภทสูบผ่านน้ำอย่างบารากู่นั้น มีอันตรายมากกว่าการสูบบุหรี่ทั่วไป เพราะมีสารนิโคติน และสารทาร์จำนวนมากกว่า อีกทั้งการสูบผ่านน้ำและการผสมกับผลไม้กลิ่นต่างๆ จะทำให้ความเข้มข้นของควันจางลง ทำให้ผู้สูบ สูบได้ลึกมากขึ้น และจำนวนมากขึ้น ซึ่งถ้าใช้เวลาสูบนาน 45 นาที จะได้รับสารทาร์เป็น 36 เท่า คาร์บอนมอนนอกไซด์เป็น 15 เท่า และนิโคตินเป็น 70เท่า เมื่อเทียบกับการสูบบุหรี่ 1 มวน ซึ่งเป็นอันตรายต่อร่างกายอย่างมาก

การสูบบารากู่ ผู้สูบจะได้รับก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ซึ่งเป็นสารที่เป็นปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดแข็งตัว และโรคเรื้อรังของระบบทางเดินหายใจ ผู้สูบจะมีอาการปวดศีรษะ ตามองเห็นภาพไม่ชัด ใจสั่น เวียนศีรษะ และมีระดับโคเลสเตอรอลในกระแสเลือดมากกว่าผู้ที่สูบบุหรี่ทั่วไป อีกทั้งยังอาจกระตุ้นให้เกิดหลอดลมตีบตัวในผู้ป่วยโรคหอบหืด และเพิ่มการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร จึงเพิ่มความเสี่ยงของการเป็นแผลในกระเพาะอาหาร นอกจากนี้ ยังพบว่าทำให้เกิดการเจริญเติบโตผิดปกติของทารกในครรภ์อีกด้วย 

http://www.xn--82c9iwa.com WWW.โจ้.COM


ช่วงหลายปีที่ผ่านมา วัยรุ่นและนักศึกษาหันมาสูบบารากู่กันมากขึ้น สาเหตุก็เหมือนกับคนลองสูบบุหรี่ส่วนใหญ่ อยากเท่ อยากลอง แก้เครียด สูบนิดเดียวไม่ติดหรอก และมีความเชื่อผิดๆ ว่าการสูบบารากู่ผ่านน้ำ จะทำให้สารพิษจากใบยาสูบถูกกรองออกไปหมดจึงปลอดภัยกว่าสูบบุหรี่ แต่จริงๆ แล้ว การสูบบารากู่ไม่ต่างอะไรกับการสูบบุหรี่ ซ้ำร้ายยังส่งผลทำลายสุขภาพรุนแรงยิ่งกว่าด้วย

       ดร.ศิริวรรณ พิทยรังสฤษฏ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) กล่าวว่า บารากู่ ถือเป็นยาสูบที่อยู่ภายใต้การควบคุมของ พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ แต่ยังไม่มีการควบคุมการขาย ยาสูบ เครื่องสูบ ประเภทดังกล่าว ทำให้มีการขายอย่างเสรีในหลายที่ รวมทั้ง ผับ บาร์ ที่ยังลักลอบจำหน่าย โดยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องเข้มงวดในการตรวจจับ และเรื่องการนำเข้าด้วย ซึ่งวันที่ 31 พฤษภาคม ทุกปี เป็นวันงดสูบบุหรี่โลก ในปีนี้เป็นการรณรงค์ให้ผู้หญิงไทยไม่ตกเป็นทาสบุหรี่ ภายใต้คำขวัญการรณรงค์ประจำปี 2553 คือ หญิงไทยฉลาดไม่เป็นทาสตลาดบุหรี่ (Gender and tobacco with an emphasis on marketing to women)

บารากู่ (Hookah) หลงควันบารากู่ กู่ไม่กลับ


บทความเกี่ยวข้อง ประโยชน์ของการสูบบุหรี่





http://www.xn--82c9iwa.com 
 WWW.โจ้.COM

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น