22/6/53 | By: โจ้

สาวไทยมีเฮ มาตรฐานชายไทย บิ๊กไซส์ขึ้น !!!!!


สาวไทยมีเฮ มาตรฐานชายไทย บิ๊กไซส์ขึ้น 
เล็งคุยผู้ผลิตถุงยางอนามัยปรับขนาดใหญ่ขึ้น !!!


สธ.เผย ความคืบหน้าผลสำรวจ “ขนาดจู๋” ของชายไทย เพื่อหา “ขนาดมาตรฐานชายไทย” อันจะนำไปสู่ข้อมูลสำหรับผู้ผลิตเพื่อให้ผลิตขนาดถุงยางอนามัยสำหรับชายไทย ให้ออกมาเหมาะสมขึ้น โดยพบว่าราว 80% ชายไทยสามารถใช้ถุงยางอนามัยขนาดที่ขายในท้องตลาดได้ แต่มี 10-20% ที่จำเป็นต้องใช้ขนาดเล็กและใหญ่กว่าที่มีอยู่ในท้องตลาดพร้อมเสนอไทยควรมี การนำเข้า ถุงยางเพศหญิงลดภาวะเสี่ยงการตั้งครรภ์-เอดส์


http://www.xn--82c9iwa.com  WWW.โจ้.COM
 สาวไทยมีเฮ มาตรฐานชายไทย บิ๊กไซส์ขึ้น
   
        นพ.สมยศ กิตติมั่นคง หัวหน้ากลุ่มโรคเอดส์ สำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (สอวพ.) กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการวิเคราะห์เบื้องต้น จากโพลสำรวจขนาดถุงยางอนามัยที่เหมาะสมสำหรับชายไทย จากเว็บไซต์ aidsthai.org ว่า
      
       จากการสำรวจพบว่า ชายไทยราวร้อยละ 80 สามารถใช้ถุงยางอนามัยที่มีขายในประเทศไทยได้ โดย เฉลี่ยแล้วใช้ขนาด 49-56 มิลลิเมตร แต่ยังมีบางกลุ่มคือราวร้อยละ 10-20 ที่จำเป็นต้องใช้ถุงยางอนามัยที่มีขนาดเล็ก และใหญ่กว่ามาตรฐาน
      

http://www.xn--82c9iwa.com  WWW.โจ้.COM           โดยพบว่าอายุระหว่าง 13-15 ปี ร้อยละ14.20 ใช้ถุงยางใหญ่กว่าเบอร์ 56 ร้อยละ 20.45 ใช้เล็กกว่าเบอร์ 49, อายุระหว่าง 16-19 ปี ร้อยละ 11.78 .ใช้ขนาดใหญ่กว่าเบอร์ 56 และร้อยละ 8.41 ใช้ขนาดเล็กกว่าเบอร์ 49, อายุระหว่าง 20-25 ปี ร้อยละ 11.46 ใช้ขนาดใหญ่กส่าเบอร์ 56 ร้อยละ 10.72 ใช้ขนาดเล็กกว่าเบอร์ 49, อายุระหว่าง 26-35 ปี ร้อยละ 12.57 ใช้ขนาดใหญ่กว่าเบอร์ 56 และร้อยละ 11.69 ใช้ขนาดเล็กกว่าเบอร์ 49 ส่วนชายไทยกลุ่มที่มีอายุมากกว่า 35 ปี ร้อยละ 16.04 ใช้ขนาดใหญ่กว่าเบอร์ 56 และร้อยละ 12.56 ใช้ขนาดเล็กกว่าเบอร์ 49


       ซึ่งข้อมูลที่มีนั้น นพ.สมยศกล่าวว่า ต่างจากเดิมที่เมื่อก่อนชายไทยมักเข้าใจผิดว่า ใช้ได้เพียงเบอร์ 49 จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับนวัตกรรม อุปกรณ์ในการวัดขนาดของอวัยวะเพศชาย เพื่อใช้ในการพิจารณาเลือกใช้ถุงยางอนามัยที่เหมาะสมของแต่ละคน รวมทั้งเผยแพร่ข้อมูลการใช้อย่างถูกต้องด้วย
      
       “ทั้งนี้ผลการวิเคราะห์ที่มีในเบื้องต้นนี้สามารถใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนเพื่อ ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และโรคเอดส์ รวมทั้งใช้เป็นข้อมูลขั้นต้นในการกำหนดนโยบายในการทำวิจัยเชิงลึกต่อไป ทั้งนี้ข้อมูลที่ได้ศึกษาทั้งหมดจะนำไปเสนอต่อกลุ่มผู้ผลิตเพื่อดำเนินการ ผลิตถุงยางอนามัยที่มีคุณภาพและตรงกับความปราถนาของผู้ใช้”
      
       นพ.สมยศกล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาคามเข้าใจผิดในการใช้ถุงยางอนามัยที่ไม่เหมาะสมกับขนาดและไม่ถูก วิธีนั้นส่งผลให้เกิดปัญหาหลายอย่าง เช่น เพิ่มความเสี่ยงคต่อการตั้งครรภ์ การเกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โรคเอดส์ หรือถ้าในกรณีการหลุดของถุงยางที่ค้างในช่องคลอดของฝ่ายหญิงซึ่งถ้าเกิดขึ้น บ่อยครั้ง อาจทำให้ช่องคลอดอักเสบได้ แต่อย่างไรก็ตามข้อมูลในครั้งนี้เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น ยังไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงอะไรได้ ทาง สอวพ.ยังต้องศึกษาในเชิงลึกเพิ่มเติม
      
       หัวหน้ากลุ่มโรคเอดส์กล่าวด้วยว่า ถ้าเป็นไปได้มาตรฐานการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ จะมีคุณภาพมากขึ้น หากประเทศไทยมีการนำเข้าถุงยางอนามัยเพศหญิง ซึ่งเข้ามาให้บริการแก่ประชาชน เพราะนอกจากจะช่วยให้การมีเพศสัมพันธ์ระหว่างชายรัก หญิงดำเนินไปอย่างปลอดภัยแล้ว ยังเป็นประโยชน์ต่อกลุ่มชายรักชายอีกด้วย เพราะเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรคเอดส์มากกว่า

ขอโทษครับ เพราะผม ค่าเฉลี่ยจึงสูงไปหน่อย ไม่ว่ากันนะครับ

http://www.xn--82c9iwa.com 
 WWW.โจ้.COM

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น