27/6/53 | By: โจ้

พระพุทธอังคีรสมุนีนารถฯ วัดเศวตฉัตร กทม.

พระพุทธอังคีรสมุนีนารถฯ วัดเศวตฉัตร กทม.


พระพุทธอังคีรสมุนีนารถฯ วัดเศวตฉัตร กทม.


วัดเศวตฉัตร เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.2359 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ. 2360 สถาปนาขึ้นเป็นพระอารามหลวง ปี พ.ศ.2393 พระเจ้าอัยกาเธอ กรมหมื่นสุรินทรรักษ์ (พระองค์เจ้าฉัตร ต้นสกุลฉัตรกุล) ทรงสร้างในระหว่าง พ.ศ.2359-2372 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ทรงปฏิสังขรณ์ และพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 พระราชทานนามว่า "วัดเศวตฉัตร" เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่พระองค์เจ้าฉัตร ผู้ทรงสถาปนาวัด

เดิมเป็นวัดโบราณ ปลายสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ไม่ปรากฏหลักฐานว่าใครเป็นผู้สร้าง แต่มีพระอุโบสถเก่าเป็นหลักฐาน ชาวบ้านเรียกกันหลายชื่อ อาทิ วัดแมลงภู่ทอง, วัดบางลำภูใน, วัดกัมพูฉัตร, วัดบางลำภูล่าง

ด้านหน้าวัดมีเนื้อที่งอกออกไปริมแม่น้ำเจ้าพระยา จนตื้นเขินห่างจากวัดเดิมมาก พระเจ้าอัยกาเธอ กรมหมื่นสุรินทรรักษ์ จึงได้ทรงยกวัดออกไปสร้างใหม่โดยใช้ชื่อ วัดบางลำภูล่าง โดยโปรดให้รื้อพระตำหนักของพระองค์ไปสร้างเป็นกุฏิหลังใหม่ 5 ห้อง (คือกุฏิเจ้าอาวาสปัจจุบัน) สร้างพระอุโบสถ พระวิหาร ศาลาการเปรียญ และพระปรางค์ เป็นต้น ในปลายรัชกาลที่ 2 และต้นรัชกาลที่ 3 ต่อกัน

ภายหลังถวายเป็นพระอารามหลวง ดังปรากฏในจดหมายเหตุรัชกาลที่ 3 ตอนที่ว่าด้วยการปฏิสังขรณ์ และสร้างพระอาราม พ.ศ.2393 ว่า วัดเจ้าและวัดขุนนางสร้างถวายเป็นวัดหลวงก็มี ไม่ได้ถวายก็มี กรมหมื่นสุรินทรรักษ์ สร้างวัดหนึ่ง

ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว พระราชทานชื่อว่า วัดเศวตฉัตร และพระราชทานเงินทรงช่วยปฏิสังขรณ์ปูชนียวัตถุสำคัญที่โดดเด่น คือ พระพุทธรูปปางสมาธิ พระนามว่า พระพุทธสมาธิคุณสุนทรสมาทานบุราณสุคต พระพุทธรูปปางมารวิชัย พระนามว่า พระพุทธมารวิชัยอภัยปรปักษ์อัครวิบูล พระพุทธไสยาสน์ พระนามว่า พระพุทธบัณฑูรมูลประดิษฐสถิตไสยาสน์

รูปหล่อเหมือนบูรพาจารย์ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสฺสเทวมหาเถร) พระศาสนุเทศาจารย์ (บุญ ปริปุณฺณสีโล) อดีตเจ้าอาวาส พระธรรมญาณมุนี (บุญนาค ชินวังโส ป.ธ.9) อดีตเจ้าอาวาส คณะศิษย์สร้างไว้ประดิษฐาน ณ ศาลาบูรพาจารย์ และที่สำคัญ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณสมเด็จรพระสังฆราช (แพ ติสฺสเทวมหาเถร) เป็นพระมหาเถระชาวบางลำภูล่าง พระองค์ทรงได้รับบรรพชาอุปสมบท ณ พัทธสีมา วัดเศวตฉัตร วรวิ หาร ทรงเป็นที่เคารพนับถือของชาวบางลำภูล่าง ศิษยานุศิษย์จึงได้หล่อพระรูปเหมือนไว้ประดิษฐานที่วัดเศวตฉัตร

วัดเศวตฉัตร ถือเป็นวัดเก่าแก่ที่มีความสำคัญต่อพระพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก

พระพุทธรูปประธานในพระอุโบสถวัดเศวตฉัตร เป็นพระพุทธรูปปางนาคปรก พระนามว่า "พระพุทธอังคีรสมุนีนารถอุรคอาสน์อำไพ"

พระพุทธรูปดังกล่าว มีขนาดหน้าตักกว้าง 1.5 เมตร ไหล่กว้าง 0.95 เมตร ประดิษฐานอยู่บนขนดพญานาค 4 ชั้น พญานาคแผ่พังพาน เศียรปกอยู่บนพระเศียรภายใต้ต้นจิก เฉพาะองค์พระปฏิมาทำปางมารวิชัย ด้วยตามปกติจะต้องเป็นปางสมาธิ จึงต่างจากพระปางนาคปรกทั้งหลาย

พระพุทธรูปปางนาคปรกนี้ หมายถึงพระ พุทธเจ้าตรัสรู้ใหม่ๆ เสด็จออกจากร่มอชปาลนิโครธ ไปยังไม้จิก ซึ่งได้นามว่า มุจลินท์ อันตั้งอยู่ในทิศอาคเนย์แห่งพระมหาโพธิ ในสัปดาห์ที่ 3 ทรงนั่งเสวยวิมุติสุขอยู่ 7 วัน เวลานั้น ฝนตกพรำเจือด้วยลมหนาว พระยานาคชื่อ มุจลินท์ เข้ามาวงด้วยขนด 7 รอบ และแผ่พังพานปกพระเศียรพระพุทธเจ้า เพื่อป้องกันฝนและลมมิให้ถูกพระวรกาย

สำหรับฐานชุกชีเบื้องหลังพระประธานบรรจุอัฐิผู้สืบสกุลของพระองค์เจ้าฉัตร คือ ด้านซ้ายจารึกว่า "จอมพลเจ้าพระยาบดินทร์เดชานุชิต" (หม่อมราช วงศ์ อรุณ ฉัตรกุล) ผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าฯ เกิด พ.ศ. 2399 อสัญกรรม พ.ศ. 2465 โดยคุณ วรันดับ ฉัตรกุล บุตรี พลตรีพระยาสุรวงศ์วิวัฒน์ สร้างฉลองพระคุณเจ้าคุณตา ด้านขวาจารึกว่า "ฉัตรกุล สายหม่อมเจ้ากลาง"

ที่มาข่าวสด
http://www.xn--82c9iwa.com 
 WWW.โจ้.COM

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น