11/6/53 | By: โจ้

ถอดรหัสหายนะโลก วัน "ดาวเรียงตัว" 12มิ.ย.53


ถอดรหัสหายนะโลก วัน "ดาวเรียงตัว" 12มิ.ย.53

http://www.xn--82c9iwa.com  WWW.โจ้.COM


http://www.xn--82c9iwa.com  WWW.โจ้.COMจากกรณีเกิดกระแสข่าวลือสร้างความสับสน-ตื่นตระหนกในโลกอินเตอร์เน็ตผ่านอีเมล์ลูกโซ่ ว่า

ในวันที่ 12 มิถุนายน 2553 นี้ โลกมนุษย์ รวมถึงประเทศไทย อาจเกิดหายนะ เพราะผลจากปรากฏการณ์ดาวเคราะห์เรียงตัว เป็น เหตุให้เกิดแผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์สึนามิ ครั้งใหญ่ตามมาทำลายล้างโลก

ล่าสุด นักวิชาการจากคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดเวทีสัมมนาเรื่อง "ตอบทุกคำถามสังคมไทยที่กังวลต่อการล่มสลายของโลก" ที่คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ เพื่อให้ข้อมูลตามหลักวิชาการ แก่ประชาชน

ดร.สธน วิจารณ์วรรณลักษณ์ อาจารย์ประจำภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า

ข้อมูล จากอีเมล์ลูกโซ่ดังกล่าวอ้างว่า ในวันที่ 12 มิถุนายน 2553 ประมาณ 11.30 UTC จะมีแผ่นดินไหว 7-8.5 ริกเตอร์ และอาจจะมีสึนามิตามมา ในพื้นที่โซนแรกคือ เอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ อาจจะเป็นหมู่เกาะสุมาตรา โซนที่สองในยุโรป แถบประเทศ อิตาลี สเปน และกรีก และโซนที่สาม ประเทศ ในอ่าวเม็กซิโก หรือทางฝั่งตะวันตกของประเทศอเมริกา โดยเป็นข้อมูลจากเว็บไซต์ และอ้างว่าทำไมปฏิกิริยาบนดวงอาทิตย์จึงเกี่ยวกับแผ่นดินไหว คือ ถ้าเกิดปฏิกิริยาบนดวงอาทิตย์แล้ว จะทำให้โลกเกิดแผ่นดินไหว ตามมาในเวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมง พร้อมกับนำแบบจำลองของตำแหน่งดาวเคราะห์ในช่วง ที่มีเหตุการณ์สึนามิครั้งใหญ่ของโลก 10 ครั้ง มาประกอบ


http://www.xn--82c9iwa.com  WWW.โจ้.COMอย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบว่า ในการเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ทั้ง 10 ครั้งนั้น ดาวเคราะห์ไม่ได้เรียงตัวในแนวเดียวกันแต่อย่างใด


ดังนั้น คำกล่าวที่ว่าดาวเคราะห์เรียงตัวกันแล้วเกิดแผ่นดินไหว ดูจากการเรียงตัวกันของดาวเคราะห์ในวันที่เกิดแผ่นดินไหวใหญ่ๆ ของโลก 10 ครั้ง ไม่มีครั้งใดที่ดาวเคราะห์เรียงตัวกัน ที่สำคัญขณะนี้เป็นการพูดถึง วันที่ 12 มิถุนายน 2553 มองจากแบบจำลองคือดาวเคราะห์อยู่ในแนวดิ่งลง แต่โลกอยู่ในแนวตั้งฉาก ฉะนั้น โลกไม่ได้อยู่ในแนวเดียวกันกับดาวเคราะห์ในวันที่ 12 มิถุนายนอย่างแน่นอน ซึ่งในวันที่อ้างอื่นๆ ก็เช่นเดียวกัน ไม่มีวันใดที่โลกอยู่ในตำแหน่งเรียงตัวกันกับดาวเคราะห์ และขนาดของแรงไม่สามารถทำให้เกิดอะไรได้

การกล่าวอ้างที่พูดถึงใน เว็บไซต์และในจดหมายเรื่องหายนะดาวเรียงตัวเป็นคำอ้างที่ไม่มีหลักฐาน และไม่มีการชี้แจง หรืออ้างบทความงานวิจัย ไม่ค่อยจะตรงกับงานวิจัยที่เขียนอยู่ และไม่มีผู้เขียน ไม่ระบุชื่อ เป็นลักษณะที่ไม่รู้ว่าสิ่งที่เขียนในจดหมาย ลูกโซ่คืออะไรกันแน่ เป็นการคาดเดาไว้ก่อน

ดร.สธน อธิบายให้ความกระจ่างต่อไปว่า ข้อมูลในวันโลกาวินาศอีกเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจ คือเรื่องของการกลับขั้วสนามแม่เหล็กโลก

หลายคนคิดว่าหากเกิดการกลับขั้วสนามแม่เหล็ก โลกจะมีการพลิกสลับขั้ว

แต่ที่จริงแล้วโลกของเรามีสนามแม่เหล็กอยู่ ทิศทางของสนามแม่เหล็กเหมือนแท่งแม่เหล็ก แต่แท่งแม่เหล็กของโลกกลับกับแท่งแม่เหล็กที่เราอยู่ปกติ นั่นคือแท่งแม่เหล็กโลกขั้วใต้อยู่ที่ทิศเหนือ และแท่งแม่เหล็กโลกขั้วเหนืออยู่ที่ทิศใต้ ซึ่งสนามแม่เหล็กนี้เกิดจากการไหลของกระแสโลหะ หลอมเหลวที่อยู่ในแกนกลางโลก เป็นเหมือนไดนาโม ที่เราเอาขดลวดมาพันแล้วผ่านกระแสไฟฟ้าและเกิดสนามแม่เหล็ก ซึ่งเป็นแนวคิดที่ทราบกันมานานเนื่องจากการไหลของกระแสนี้ไม่สม่ำเสมอ

ดังนั้น กระแสแม่เหล็กโลกจึงมีการเคลื่อนที่เปลี่ยนตำแหน่งอยู่เรื่อยๆ ตามการไหลของมัน เช่น มีการพบว่าในปี ค.ศ. 1904 อยู่บริเวณหนึ่ง และในปี 1996 จะเคลื่อนที่ไปอยู่อีกบริเวณหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องปกติ

หากถามว่าสนามแม่เหล็กโลกกลับขั้วได้หรือเปล่า คำตอบคือ "กลับได้"


http://www.xn--82c9iwa.com  WWW.โจ้.COM
ดร.สธน วิจารณ์วรรณลักษณ์ อาจารย์ประจำภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ


จากการศึกษา "หิน" ที่ละลายแล้วแข็งตัวพบว่า โลกของเรากลับขั้วมาแล้วหลายครั้ง เวลาที่กลับและหินละลายออกมาใต้โลกยังที่ร้อนอยู่โลหะทั้งหลายที่อยู่ในหิน ยังหมุนไปมาได้ พอมาเจอสนามแม่เหล็ก มันจะปรับตัวเข้าตามสนามแม่เหล็ก เหมือนกับการที่เราเอาไขควงไปเผาให้ร้อน แล้วไปวางใกล้แม่เหล็ก พอไขควงนั้นเย็นลง จะเป็นแม่เหล็กไปด้วย กระบวนการที่ทำให้เกิดความร้อนสามารถทำให้เกิดแม่เหล็กได้

เพราะฉะนั้น หินจะมีสภาพความเป็นแม่เหล็กตามสภาพแม่เหล็กโลก ซึ่งพบว่ามีการเปลี่ยนมาแล้วหลายครั้ง แต่ละครั้งเว้นช่วงประมาณ 1 ล้านปี

ปัจจุบัน โลกของเราจากการกลับครั้งสุดท้าย ผ่านมาแล้วประ มาณ 7 แสนปี และในระหว่าง 1 ล้านปี อาจจะมีการกลับขั้วเป็นช่วงสั้นๆ 4-5 พันปี มีบ้าง ซึ่งช่วงเวลาการกลับขั้วไม่แน่นอน

ดังนั้น การกลับขั้วของสนามแม่เหล็กเกิดขึ้นได้ แต่ไม่ใช่โลก จะพลิกกลับ แต่สนามแม่เหล็กโลกจะอ่อนกำลังลง และมีความยุ่งเหยิงมากขึ้นมีผลกับสัตว์ที่ต้องอาศัยสนามแม่เหล็กในการเดิน ทางนกพิราบ ปลาฉลามวาฬ การใช้เข็มทิศ ดาวเทียม GPS หรือการใช้อุปกรณ์ที่ต้องอาศัยคลื่นวิทยุ โทรศัพท์มือถือ แต่อยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้ ก่อนจะกลับไปสู่สภาพที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน อีกครั้ง


http://www.xn--82c9iwa.com  WWW.โจ้.COM
ถอดรหัสหายนะโลก วัน "ดาวเรียงตัว" 12มิ.ย.53


ข้อมูลที่ ปรากฏจาก อีเมล์ลูกโซ่ที่บอกว่า ขั้วโลกจะพลิกกลับข้างภาย ใน 49 วันนั้น เป็นเวลาในช่วงการพลิกใช้เวลาเป็นพันปี ระหว่างการพลิกการเปลี่ยนแปลงใช้เวลา ณ ปัจจุบัน 7 แสนปี แต่เรารู้ว่ามีการเปลี่ยนแน่ๆ เพราะมีการวัดจากสนามแม่เหล็กโลกและรู้ว่ามีการอ่อนตัวลงของสนามแม่เหล็กโลก แต่ในปัจจุบันสนามแม่เหล็กโลกขึ้นๆ ลงๆ 7 แสนปีที่ผ่านมาเคยอ่อนกว่านี้ด้วยซ้ำ ฉะนั้น ยังไม่ใช่ประเด็นที่จะก่อให้เกิดปัญหามากมาย

การพลิกก็ไม่ใช่โลกพลิกกลับข้าง และการเปลี่ยนแปลงนั้นช้า เป็นพันหรือแสนปีขึ้นไป

ข้อมูล ข่าวสารที่ประชาชนได้รับไม่ว่าจะเป็นในเรื่องอะไรควรมีการกลั่นกรอง ค้นคว้า ถามจากผู้รู้ หรืออาจใช้ช่องทางของคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ไม่ว่าจะเป็นการฝากข้อสงสัยต่างๆ พร้อมช่องทางในการติดต่อกลับที่สายด่วนคณะวิทยาศาสตร์ 0-2218-5555 หรืออีเมล์ scichula@gmail.com หรือ scicupr@gmail.com เพื่อให้นักวิชาการได้เข้าไปมีส่วนให้ข้อมูลที่ถูกต้อง อ้างอิงหลักฐานและหลักวิชาการ เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจกับประชาชนได้อีกทาง 

http://www.xn--82c9iwa.com 
 WWW.โจ้.COM

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น