7/6/53 | By: โจ้

เผาห้องสมุด “มหิดลวิทยานุสรณ์” เด็กเก่ง เครียด..โดดเดี่ยว!?!


เผาห้องสมุด “มหิดลวิทยานุสรณ์” เด็กเก่ง เครียด..โดดเดี่ยว!?!


ช็อคสังคมอย่างแรง กรณีเหตุการณ์นักเรียนชั้นม.5 ของโรงเรียนระดับหัวกะทิด้านวิทยาศาสตร์ชื่อดังอย่าง “มหิดลวิทยานุสรณ์” ที่ก่อเหตุเผาอาคารห้องสมุดโรงเรียนตัวเองจนวอดทั้งหลัง ด้วยสาเหตุเพียงสั้นๆ ว่า ไม่อยากไปโรงเรียน ถ้าเผาแล้ว โรงเรียนจะต้องปิดซ่อม!?

http://www.xn--82c9iwa.com  WWW.โจ้.COM
   
       เรื่องที่เกิดขึ้นถือเป็นอีกครั้งของ “ไฟต์บังคับ” ที่บรรดาพ่อแม่ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์ ตลอดจนผู้ใหญ่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องต้องหันมามองและใส่ใจแก้ปัญหา

      
       “นายนนท์” (นามสมมติ) นักเรียนวัยโจ๋ผู้ก่อเหตุ รับสารภาพว่า เป็นผู้นำน้ำมันไปราดที่ห้องสมุดที่อยู่ชั้นล่าง ก่อนจะจุดไฟเผาอาคารเรียน ทำให้เพลิงลุกไหม้สร้างความเสียหายตั้งแต่ชั้น 1 ไปจนถึงชั้น 4 ด้วยตัวเอง ส่วนสาเหตุที่จูงใจให้กระทำการรุนแรงสร้างความเสียหายนั้น นายนนท์ระบุว่าเป็นเพราะ คิดถึงบ้าน และต้องการจะกลับบ้าน จึงก่อเหตุเผาโรงเรียนแต่ไม่ได้ต้องการให้เกิดความเสียหายมากขนาดนี้เพียง แค่ ต้องการให้โรงเรียนหยุดเรียนเพื่อจะได้กลับไปอยู่กับครอบครัว ที่สำคัญเครียดเข้ากับเพื่อนไม่ได้ การเรียนการสอนค่อนข้างยาก และผลการเรียนตก จึงไม่อยากไปโรงเรียน
      
       ขณะที่บุคคลใกล้ชิดนายนนท์ ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า โดยส่วนตัวแล้วนายนนท์ เป็นนักเรียนเรียนดีจากต่างจังหวัดแต่มีพฤติกรรมแข็งกร้าว ทำให้มีปัญหากับเพื่อนนักเรียนด้วยกัน
      
       ล่าสุดหลังเกิดเหตุ ทางโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ก็ได้ประกาศปิดเรียนเป็นเวลา 7 วัน เพื่อให้ตำรวจเข้าไปตรวจสอบ และรวบรวมพยานหลักฐาน และให้เจ้าหน้าที่ด้านวิศวกรรม เข้าไปตรวจสอบอาคารแล้ว
      
http://www.xn--82c9iwa.com  WWW.โจ้.COM
พญ.พรรณพิมล หล่อตระกูล


       จากเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้น พญ.พรรณพิมล หล่อตระกูล ผู้อำนวยการสถาบันราชานุกูล กรมสุขภาพจิต กล่าวว่า นักเรียนผู้ก่อเหตุอาจเกิดมีสภาวะความเครียดที่สะสมสมในจิตใจมานาน เนื่องจากหมกมุ่นกับปัญหาที่ต้องเผชิญเพียงลำพัง ซึ่งสภาวะความเครียดที่มีนี้พบบ่อยในเด็กที่มีผลการเรียนดี เนื่องจากเด็กจะรับรู้เสมอว่าตนเองเก่งและสามารถแก้ปัญหาได้โดยลำพัง

   
       “ตามปกติแล้วเด็กเรียนดี มักอ่อนทักษะการเข้าร่วมสังคมกว่าเด็กทั่วไป แต่สิ่งที่เป็นห่วงคือ โดยปกติเด็กวัย 16 ปีนั้น ย่อมไตร่ตรองปัญหาด้วยเหตุผลได้ดีกว่าเด็กเล็ก ดังนั้นกรณีนี้จึงต้องวิเคราะห์ถึงปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น อาจเป็นเพราะเด็กไม่กล้าที่จะแสดงถึงอารมณ์ความเบื่อหน่ายของการเรียนให้ผู้ ปกครองทราบ เนื่องจากผู้ปกครองเองตั้งความหวังไว้สูง จึงมักเก็บปัญหาไว้ลำพัง หรืออีกด้านก็ต้องวิเคราะห์ถึงระบบการเข้าพบปะ พูดคุยกันระหว่างนักเรียนและอาจารย์ ซึ่งปัจจุบันอาจมีน้อย เนื่องจากการเรียนของเด็กไทยมีแนวโน้มการแข่งขันสูง ดังนั้นช่วงเวลาของการพักผ่อนจากวิชาการทั้งหลายจึงมีน้อย”
      
       พญ.พรรณพิมล กล่าวต่อไปว่า เด็กที่วัยรุ่นที่เรียนเก่งนั้นเมื่อคิดอะไรได้ ย่อมไตร่ตรองทุกอย่างด้วยตนเอง แต่เมื่อตัดสินใจที่จะลงมือทำแล้ว ย่อมมีความมั่นใจว่า การตัดสินใจนั้นถูกต้อง แต่เมื่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นส่งผลกระทบต่อผู้อื่น เด็กย่อมรู้สึกผิดและอาจจะกดดันมากว่าเดิมได้
      
       “ผู้ปกครองและครูอาจารย์ควรให้ความสำคัญกับการพบปะพูดคุยกับเด็กให้มากขึ้น และฝึกทักษะของการเข้าสังคมเพิ่มเติม ส่วนเรื่องระบบการศึกษานั้น แนะนำให้ทางโรงเรียนติดตามประเมินผลด้านอารมณ์ของเด็กในละเอียดมากว่าเดิม ส่วนปัจจัยอื่นๆ เช่น เรื่องของความวุ่นวายในบ้านเมืองอาจเป็นสาเหตุรองลงมาที่มีผลต่อการจดจำและ เลียนแบบได้ ดังนั้นสื่อเองก็สามารถมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาด้วยการนำเสนอเนื้อหารุนแรง ให้น้อยลงเพื่อลดมุมมองในแง่ร้ายให้น้อยลง"





http://www.xn--82c9iwa.com 
 WWW.โจ้.COM

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น