8/6/53 | By: โจ้

ชำแหละ “มหิดลวิทยานุสรณ์” หลักสูตรเข้ม-เด็กเครียด จริงหรือ?

ชำแหละ “มหิดลวิทยานุสรณ์” หลักสูตรเข้ม-เด็กเครียด จริงหรือ?

http://www.xn--82c9iwa.com  WWW.โจ้.COM
ชำแหละ “มหิดลวิทยานุสรณ์” หลักสูตรเข้ม-เด็กเครียด จริงหรือ?

       เหตุการณ์เพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นกับ “ร.ร.มหิดลวิทยานุสรณ์” ไม่ว่าข้อเท็จจริงจะออกมาในรูปใด ผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นนักเรียนชั้น ม.5 ที่อ้างแค่ว่า “อยากกลับบ้าน เบื่อไม่อยากเรียน” จนถึงขั้นวางเพลิง ร.ร.อันเป็นที่รักก็ตาม สิ่งที่ต้องตั้งคำถามคือเกิดอะไรขึ้นกับความคิดของเด็กระดับหัวกะทิของเมืองไทย?
      
       ชนิดมากเกินพอดีหรือไม่ อย่างไรนั้น ในเรื่องนี้ “ดร.ธงชัย ชิวปรีชา” ที่ปรึกษาด้านวิชาการ ร.ร.มหิดลวิทยานุสรณ์ ในฐานะอดีต ผอ.ร.ร.ไขข้อข้องใจในเรื่องหลักสูตร ว่า หลักสูตรของที่นี่มีการปรับปรุงมาเป็นครั้งที่ 3 แล้ว ซึ่งก็ยังคงเน้นในการสร้างเด็กดี เก่ง แม้ทาง ร.ร.จะเน้นหลักสูตรเฉพาะทางด้านวิทยาศาสตร์ แต่หากเทียบกันที่หน่วยกิตแล้วจะพบว่าน้อยกว่าที่ ร.ร.ทั่วไป เพราะในหลักสูตร 3 ปี ที่นี่เรียนเฉลี่ยแล้ว 85 หน่วยกิต ส่วนที่อื่นๆ เรียนเฉลี่ยที่ 90 หน่วยกิต
      
       “ในห้องเรียนมีอัตราส่วนเด็ก 24 คน/ครู 2 คน ซึ่งครูทุกคนสนิทสนม และพร้อมให้คำปรึกษาแก่เด็กทุกคนเมื่อมีปัญหา เมื่อพบปัญหาว่าเด็กเครียด เหม่อลอย คิดถึงบ้าน ซึ่งในช่วงแรกๆ เด็กหลายคนถึงกับร้องไห้ ตรงนี้ครูพร้อมด้วยนักจิตวิทยาก็จะช่วยกันปลอบใจ จนเด็กรู้สึกสบายใจขึ้น” ที่ปรึกษาด้านวิชาการ อธิบาย
      
       ดร.ธงชัย ยังบอกอีกว่า หลักสูตรที่ปรับปรุงล่าสุดจะเน้นให้เด็กได้เลือกเรียนในสิ่งที่ตัวเองอยากเรียนอย่างเต็มที่ นอก จากนี้ ยังเน้นในเรื่องของการสืบ เสาะ แสวงหาความรู้เพื่อความเข้าใจที่มากขึ้นด้วย สำหรับกิจวัตรของเด็กที่นี่ ก็เหมือน ร.ร.ทั่วไป คือ เรียน 8 โมงเช้า เลิก บ่าย 3 โมงครึ่ง จากนั้นถึง 5 โมงเย็นถือเป็นช่วงพักสมอง ซึ่งเด็กๆ ทุกคนต้องเข้าร่วมกิจกรรมตามที่ตัวเองถนัด เช่น กีฬา ดนตรี งานศิลปะ ขณะศูนย์กีฬาเปิดถึง 2 ทุ่ม ห้องสมุด เปิดบริการถึง 4 ทุ่ม เด็กก็สามารถเลือกผ่อนคลายได้ตามความถนัด
      
       ดร.ธงชัย ยืนยันว่า หลักสูตรของ ร.ร.จัดทำได้ตามมาตรฐานของ ร.ร.ในระดับเดียวกัน ซึ่งยอมรับว่า โมเดลหลักสูตรอาจนำมาจากอเมริกา เกาหลี และ รัสเซีย แต่มีการมาประยุกต์ให้เข้ากับธรรมเนียมของไทย นอกจากนี้ ร.ร.พยายามสอนให้เด็กไม่ยึดติดเรื่องการแข่งขัน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเรื่องนี้ยังคงมีอยู่ในนักเรียนบางกลุ่ม ซึ่งครูก็จะช่วยกันดูแลเป็นพิเศษ
      
       สำหรับ “อรพิสาส์” อายุ 18 ปี ในฐานะศิษย์เก่ารุ่น 17 บอกว่า เรียนที่นี่มา 3 ปี ไม่รู้สึกว่าเครียด เพราะมีอะไรที่เราอยากทำก็ได้ทำ กิจกรรมมีอยู่อย่างมากมาย ซึ่งครูทุกคนบอกเสมอว่าการเรียนไม่ใช่การแข่งขัน ดังนั้น ทุกคนต้องช่วยกันเรียน พยายามชักจูงกันเรียน เด็กหอทุกคนจึงช่วยเหลือกัน และรักกันมาก
      
       ขณะที่ผู้ปกครองนักเรียนชั้น ม.5 อย่าง “ศิริพร ศรีมโนรถ” อายุ 55 ปี ให้ข้อมูลว่า ลูกชายสอบติดหลายที่ แต่ตั้งใจเลือกเรียนที่นี่ ส่วนตัวรู้สึกเป็นห่วงว่าอาจจะเรียนหนัก แต่ลูกบอกอยู่เสมอว่าเรียนแล้วมีความสุข ส่วนหนึ่งเชื่อว่าหากเป็นเด็กที่เรียนในระดับเดียวกันแล้วไม่น่าจะมีปัญหา
      
       “เด็กที่นี่ทุกคนแบ่งปันกัน ไม่น่าจะมีการแข่งขันกันเพราะเด็กที่เก่งระดับเหรียญทองนานาชาติ เมื่อไปแข่งขันก็จะมีเพื่อนๆ แห่กันไปส่ง กลับก็เหมารถกันไปรับกลับ ทุกคนต่างชื่นชมในความสำเร็จซึ่งกันและกัน กลับมาคนที่เก่งก็ก้มหน้าก้มตาติวให้เพื่อนๆ อีก ดังนั้น ที่บอกว่า เด็กที่นี่ไม่รักกัน ไม่จริง ขณะที่การเรียนเองลูกยอมรับว่าเหนื่อย แต่ก็คือสิ่งที่เขาเลือกแล้ว และเด็กทุกคนที่นี่ก็รู้อยู่แล้วว่าต้องมาเจออะไร ซึ่งพร้อมรับสถานการณ์อยู่แล้ว” ผู้ปกครอง ให้ภาพ
      
       อย่างไรก็ตาม กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ศิริพร มองว่า เป็นเรื่องส่วนบุคคลมากกว่า ซึ่งอาจเป็นอารมณ์ชั่ววูบของเด็ก ซึ่งจากการพูดคุยกันทุกคนทั้งผู้ปกครอง นักเรียนเองก็พร้อมให้อภัย เพราะอนาคตของเขายังอีกยาวไกล
      
       ขณะที่ “ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ” อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (มธบ.) แสดงทัศนะว่า เด็กที่เครียดจากการเรียนยังมีอีกมาก เมื่อต้องมาอยู่อยู่ใน ร.ร.ที่แข่งขันสูง หากเรียนไม่ทัน แรงกดดันก็เกิดขึ้น ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก จึงอยากให้ ร.ร.พิจารณาจัดหลักสูตรให้สมดุลทั้งด้านจิตใจควบคู่วิชาการ ไปพร้อมๆ กันก็จะช่วยให้การเรียนที่เข้มข้นสามารถสนุกได้

ที่มา ผู้จัดการ โดย พงศ์เมธ ล่องเซ่ง

http://www.xn--82c9iwa.com 
 WWW.โจ้.COM

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น