12/11/53 | By: โจ้

หลวงพ่อคูณป่วยเข้าโรงพยาบาล หมอหนักใจอาการเบลอจำลูกศิษย์ไม่ได้

หลวงพ่อคูณป่วยเข้าโรงพยาบาล หมอหนักใจอาการเบลอจำลูกศิษย์ไม่ได้


เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 11 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานจากวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ว่า พระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ เกจิอาจารย์ชื่อดังอีสาน เกิดอาการละเมอผิดปกติเป็นเวลานาน ลูกศิษย์ที่นอนเฝ้าได้โทรศัพท์แจ้งแพทย์ร.พ.ด่านขุนทดไปตรวจอาการ แต่เบื้องต้นไม่พบว่ามีอาการไข้ จากนั้นนพ.พินิศจัย นาคพันธุ์ แพทย์ประจำตัวหลวงพ่อคูณ สั่งให้ลูกศิษย์นำหลวงพ่อคูณส่งไปตรวจสอบอาการอย่างละเอียดที่ร.พ.มหาราช นครราชสีมาอีกครั้ง จากนั้นทั้งหมดจึงนำหลวงพ่อคูณขึ้นรถของโรงพยาบาลด่านขุนทด


http://www.AmuletCenter.com
หลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ป่วยเข้าโรงพยาบาล หมอหนักใจอาการเบลอจำลูกศิษย์ไม่ได้

ต่อ มาเวลา 00.07 น. วันที่ 12 พ.ย. หลวงพ่อคูณเดินทางถึงโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา น.พ.พินิศจัย มารอรับ พร้อมกับนำตัวเข้าเอ็กเรย์ปอด และสมอง จากนั้นนำเข้าตรวจการเต้นของหัวใจ ที่ศูนย์หัวใจและหลอดเลือดชั้น 4 อาคารเฉลิมพระเกียรติ



ต่อ น.พ.พินิศจัย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจและหลอดเลือด เปิดเผยว่าหลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ มีอาการสับสน เบลอ จำลูกศิษย์ใกล้ชิดไม่ได้ จากการตรวจอาการในเบื้องต้นไม่พบเลือดออกในสมอง แต่จะต้องรอผลการตรวจเลือด และต้องเฝ้าดูอาการหลวงพ่ออย่างใกล้ชิด แพทย์รู้สึกหนักใจอาการอาพาธ เพราะท่านอายุมากถึง 87 ปี ย่าง 88  ปีแล้ว ประกอบกับมีโรคประจำตัวไม่ว่าจะเป็นเส้นเลือดหัวใจ ผ่านการผ่าตัดเส้นเลือดในสมองแตก และทำบายพาสหัวใจ เบาหวาน ไขมันสูง และเคยมีปัญหาเรื่องเลือดออกในทางเดินอาหาร และคงต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลอย่างไม่มีกำหนด โดยจากการประเมินเบื้องต้นคณะแพทย์มีความเห็นว่าหลวงพ่อคูณเกิดอาการสับสน นั้นเป็นเพราะสมองเสื่อม ซึ่งมักเกิดกับผู้สูงอายุทั่วไป แพทย์คงจะต้องดูอาการแบบประคับประคองตามอาการไปก่อน


http://www.amuletcenter.com
หลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ป่วยเข้าโรงพยาบาล หมอหนักใจอาการเบลอจำลูกศิษย์ไม่ได้

ด้าน นายแพทย์สุรินทร์ แซ่ตั้ง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาท กล่าวว่า หลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่มี อาการสับสนทางสมองอย่างเฉียบพลัน ซึ่งเป็นโรคเดิมที่หลวงพ่อมีภาวะสมองเสียในบางจุดมาก่อน แต่จากการเอ๊กซเรย์ก็ไม่พบโรคใหม่เกิดขึ้นในสมอง ซึ่งขณะนี้แพทย์รอผลตรวจเลือดว่าจะมีการติดเชื้อในกระแสเลือดหรือไม่เพื่อหา สาเหตุของอาการอย่างชัดเจนต่อไป

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น