12/11/53 | By: โจ้

เปิดตำนานเครื่องรางดัง เขี้ยวเสือหลวงพ่อปาน วัดบางเหี้ย


เปิดตำนานเครื่องรางดัง เขี้ยวเสือหลวงพ่อปาน วัดบางเหี้ย

ที่มา คอลัมน์ มุมพระเก่า
อภิญญา

http://www.amuletcenter.com
เปิดตำนานเครื่องรางของขลังดัง เขี้ยวเสือหลวงพ่อปาน วัดบางเหี้ย

เครื่องรางของขลังที่ “หลวงพ่อปาน” นิยมมอบให้ลูกศิษย์ลูกหาส่วนใหญ่จึงเป็น “เขี้ยวเสือ” เพราะท่านให้ความเห็นว่า เสือเป็นสัตว์ที่ฉลาด ว่องไว เฉียบขาด มีตบะเดช และอำนาจ สามารถสะกดสัตว์อื่นให้อยู่ภายใต้อำนาจได้

ตามความเชื่อของคนโบราณนั้นไม่ว่าจะเป็น พระเครื่อง หรือ วัตถุมงคลเขี้ยว เสือถือเป็นสิ่งมงคลสิทธิ์ ซึ่งมีอานุภาพอยู่ในตัวเอง แม้จะไม่ผ่านพิธีปลุกเสกก็ตาม ยิ่งถ้าได้รับการปลุกเสกจากพระเกจิอาจารย์ที่มีวิชาอาคม ก็ยิ่งทวีความเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์มากขึ้น


มีเหตุการณ์อยู่ครั้งหนึ่งซึ่งเป็นเรื่องปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นกับเขี้ยวเสือหลวงพ่อปาน มีการบันทึกไว้และบอกเล่ากันต่อๆ มา ถึงประสบการณ์ในทางด้านมหาอำนาจ คงกระ พันชาตรี เมตตามหานิยม ค้าขายได้ผล พ่อค้าแม่ค้าจึงมักไปขอเขี้ยวเสือที่แกะเป็นตัวเสือแล้วจากหลวงพ่อปานจำนวน มาก
ส่วนเหตุการณ์สำคัญที่ถูกเอ่ยอ้างถึงก็คือ สมัยก่อนมีแม่น้ำอยู่สายหนึ่ง ซึ่งไหลผ่านป่าดงมีต้นน้ำอยู่ที่แปดริ้ว ไหลมาลงทะเลที่สมุทรปราการ ทุกครั้งที่น้ำทะเลหนุน น้ำเค็มจะทะลักเข้าไปตามแม่น้ำลำคลองต่างๆ ทำให้ชาวบ้านในย่านนั้นได้รับความลำบาก และสิ่งที่ไหลมากับน้ำก็มีสัตว์บางชนิด เช่น ตัวเหี้ย และจระเข้ จนต้องมีการทำประตูกั้นน้ำไว้ เพื่อไม่ให้น้ำเค็มจากทะเลไหลเข้าไปปนกับน้ำจืด ซึ่งปัจจุบันเรียกว่า “ประตูน้ำชลหารวิจิตร”


เมื่อ พ.ศ.2443 ประตูน้ำเกิดชำรุด ต้องซ่อมแซมหลายครั้ง เมื่อแล้วเสร็จได้กราบบังคมทูล พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จฯ เพื่อเปิดประตูน้ำใหญ่ ในครั้งนั้นมีชาวบ้านมา รับเสด็จฯ จำนวนมาก รวมถึง “หลวงพ่อปาน” พระเกจิอาจารย์ชื่อดังด้วย ท่านเตรียม “เขี้ยวเสือ” ซึ่งแกะเป็นรูปเสืออย่างงดงามใส่พานไว้ โดยให้เด็กชายป๊อด อายุประมาณ 7-8 ขวบ เดินถือพานตามหลังท่าน เมื่อถึงที่ประทับ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หลวงพ่อปานได้เรียกเอาพานใส่เขี้ยวเสือ แต่เด็กชายป๊อดกลับบอกว่า “เสือไม่มี เพราะมันกระโดดลงน้ำไปแล้ว”


หลวงพ่อปานได้ยินเช่นนั้น จึงนำเอาชิ้นหมูที่ทำขึ้นจากดินเหนียวเสียบกับไม้ แกว่งล่อเอาเสือขึ้นมาจากน้ำต่อหน้าพระพักตร์ รัชกาลที่ 5 ทรงตรัสว่า “พอแล้วหลวงตา” หลังจากนั้นหลวงพ่อปานได้ถวายเขี้ยวเสือนั้น ตามคำบอกเล่า “เขี้ยวเสือของหลวงพ่อปาน” ท่านไม่ได้จัดทำขึ้นเอง จะมีลูกศิษย์ที่เป็นช่างฝีมือช่วยกัน แกะ อาทิ ช่างฝัก ช่างชม ช่างนิล ช่างมาก ช่างมา เป็นต้น


การแกะเขี้ยวเสือนั้นว่ากันว่า มีการจับแมวมานั่งเป็นต้นแบบ ซึ่งมีลักษณะคล้ายๆ กันคือ นั่งชันเข่า ดวงตาเป็นวงกลม หูคล้ายหูหนู มีทั้งแบบอ้าปากและหุบปาก นิยมเรียกว่า “เสือหน้าแมว หูหนู ตาลูกเต๋า” ใต้ฐานมียันต์เฑาะว์ขมวดหัวขมวดหาง เรียกว่า “ยันต์กอหญ้า”


http://www.amuletcenter.com
เปิดตำนานเครื่องรางของขลังดัง เขี้ยวเสือหลวงพ่อปาน วัดบางเหี้ย

สำหรับหลักการพิจารณา เสือหลวงพ่อปานนั้นต้องแกะจากเขี้ยวเสือเท่านั้น ซึ่งมีทั้งเขี้ยวเป็นอันและเขี้ยวซีก เขี้ยวเต็มอันจะมีรูกลม ตรงกลางผ่านตลอดจากด้านบนลงสู่ด้านล่าง ความเก่าพิจารณาความแห้งและความฉ่ำ เขี้ยวจะมีความฉ่ำมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับสภาพการใช้งาน ถ้าผ่านการใช้มามาก เนื้อเขี้ยวจะฉ่ำใสมีสีเหลืองขาวขุ่น ลักษณะเหมือนเทียนไข และมีรอยแตกรานอยู่บ้าง ซึ่งเกิดจากธรรมชาติความเก่า
รอยจารอักขระ เป็นจุดสำคัญในการพิจารณาเก๊-แท้เช่นกัน ลักษณะการจารจะเป็นแบบหวัดๆ เส้นคมลึกไม่เท่ากัน จารเป็นขีดคล้ายๆ ลายเสือ จารอักขระคล้ายเลขเจ็ดไทยและเลขสามไทย ลายมือลงจารเอียงๆ แหลมๆ จารบริเวณลำตัว สะโพก และขาหน้า ใต้ฐานจารยันต์กอหญ้า ลักษณะกลมๆ วนไปเวียนมาซ้อนกันหลายวง


เขี้ยวเสือหลวงพ่อปานที่นำมาประกอบให้ชม ถือเป็นเสืออ้าปากหางตวัดลง อักขระเลขยันต์มีทั้งเลข 7 และ เลข 3 ใต้ฐานจารยันต์กอหญ้า พลานุภาพเด่นทางด้านเมตตา แคล้วคลาดและคงกระพันชาตรี
ปัจจุบันวัตถุมงคลเขี้ยว เสือหลวงพ่อปานมีราคาเล่นหาสูง ของแท้นับวันจะหายาก ลือกันลั่นบางตัวให้ราคาเกือบ 2 ล้านบาท ยังไม่โดน เท็จจริงประการใด ผู้ที่ให้คำตอบได้คือผู้ที่มีไว้ในครอบครอง

ที่แน่ๆ หากมีเขี้ยวเสือหลวงพ่อปานของแท้ อยู่ในมือ เหมือนถูกหวยรางวัลใหญ่ แต่ถ้าได้ของปลอมเลียนแบบอาจเป็นอัมพาตได้โดยไม่รู้ตัว !!!!!

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น