31/1/54 | By: โจ้

เปิดพินัยกรรมหลวงตามหาบัวอริยสงฆ์แห่งแผ่นดินสยาม

โจ้
เปิดพินัยกรรมหลวงตามหาบัว

http://www.amuletcenter.com 

 หลวงตามหาบัว วัดป่าบ้านตาด





พินัยกรรมของหลวงตามหาบัวมีดังนี้คือ 

"พินัยกรรมฉบับนี้ทำที่วัดป่าบ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี ทำเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ.2543 ข้าพเจ้าพระธรรมวิสุทธิมงคล (พระมหาบัว ญาณสัมปันโน) อายุ 87 ปี พำนักอยู่ที่วัดป่าบ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี ขอทำพินัยกรรมฉบับนี้เพื่อให้ทราบว่า เมื่อข้าพเจ้ามรณภาพแล้ว ให้จัดการทรัพย์สินและทำงานศพข้าพเจ้าดังนี้
     
       บรรดาทรัพย์สินที่มีอยู่แล้วในขณะที่ข้าพเจ้ามรณภาพ และบรรดาทรัพย์สินต่างๆ ที่จะได้รับบริจาคในงานศพของข้าพเจ้าให้จัดการดังนี้ ส่วนที่เป็นทองคำให้หลอมเป็นทองคำแท่ง ส่วนที่เป็นเงินไม่ว่าจะเป็นเงินสกุลใดให้นำเข้าซื้อทองคำแท่ง และให้นำทองคำแท่งไปมอบให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อใช้เป็น เงินทุนสำรองเงินตราของฝ่ายบำบัดธนาคารแห่งประเทศไทย
     
       พินัยกรรมฉบับนี้ ข้าพเจ้าไม่มีเจตนาที่ใช้บุคคลใด หรือคณะบุคคลใดนำไปใช้ในกานอันใด นอกจากใช้เป็นเงินทุนสำรองของประเทศ และให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นจัดงานศพและจัดการดูแลทรัพย์สินทั้งปวงที่มีอยู่ใน ขณะมรณภาพ ส่วนเงินที่จะได้รับบริจาคในงานศพของข้าพเจ้า ให้ดำเนินการอย่างเปิดเผย และดำเนินการตามเจตนาของข้าพเจ้า
     
       ให้แต่งตั้งคณะกรรมการ 9 คน ประกอบด้วย พระอาจารย์ฝัก สันติธรรมโม (มรณภาพแล้ว) , พระอาจารย์อินทร์ถวาย สันตุสสโก, พระปัญญา วัตโก, พระอาจารย์วันชัย วิจิตโต องคมนตรี ดร.เชาวน์ ณ ศีลวัน, นายศิริ คูสกุล, ม.ร.ว.ทองศิริ ทองแถม, พ.ต.อ.กฤษดา บูรณพานิช และพ.ต.ประชัย นาวินรัตน์
     
       ข้าพเจ้าขอตั้งให้พระสุดใจ ทันตมโน เป็นผู้จัดการมรดกของข้าพเจ้า พินัยกรรมฉบับนี้ทำไว้ 3 ฉบับ มีข้อความถูกต้องตรงกัน เก็บไว้ 3 แห่ง คือ ฉบับแรกที่วัดป่าบ้านตาด ฉบับที่ 2 เก็บไว้ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาอุดรธานี ฉบับที่ 3 เก็บไว้ที่ธนาคารกสิกรไทยสาขาอุดรธานี
     
       พินัยกรรมฉบับนี้ทำขึ้นด้วยความสมัครใจของข้าพเจ้าและข้าพเจ้ายังมี สติสัมปชัญญะดีทุกอย่างจึงลงชื่อไว้ต่อหน้าพยาน ลงชื่อ พระมหาบัว ญาณสัมปัญโญ (พระธรรมวิสุทธิมงคล)
     
       ลงชื่อพระปัญญา วัตโก พยาน และ พระสุดใจ ทันตมโน พยาน

 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ฯ ทรงเฝ้าศพหลวงตามหาบัว


หลวงตามหาบัวนอกจากจะเป็นพระนักปฏิบัติธรรมแล้ว หลวงตามหาบัวยังเป็นพระนักสงเคราะห์ ในการบริจาคทุนทรัพย์ช่วยเหลือแก่หน่วยงานราชการต่างๆ มาโดยตลอด เช่น การช่วยเหลือบริจาคอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ ก่อสร้างโรงพยาบาล สถานีอนามัย สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ ทั่วประเทศ รวมทั้งต่างประเทศ คือประเทศ สปป.ลาว
      
       ความเมตตาสงเคราะห์โลกของหลวงตามหาบัว  มิใช่ว่าจะสิ้นสุดเพียงที่กล่าวมา ท่านยังให้ความเมตตาเผื่อแผ่ไปช่วยเหลือหน่วยงานอื่นๆ อีกมากมาย เช่น กก.ตชด.24 อุดรธานี สถานีรถไฟอุดรธานี ตำรวจทางหลวง ตำรวจภูธร รพช. เรือนจำ สถานสงเคราะห์เด็กหญิงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ศูนย์สงเคราะห์บุคคลปัญญาอ่อนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บ้านเด็กแสงตะวัน ศูนย์เลี้ยงเด็ก โรงเรียนต่างๆ บ้านเลี้ยงสุนัข บ้านสงเคราะห์เด็กปากเกร็ด บ้านสงเคราะห์สัตว์พิการ ฯลฯ ซึ่งในแต่ละปีเป็นจำนวนเงินมหาศาล


      
       ทั้งนี้ ในปี พ.ศ. 2540 ประเทศไทยประสบกับปัญหาวิกฤตทางเศรษฐกิจอย่างหนัก ด้วยความเมตตาสงสารอย่างบริสุทธิ์ใจต่อพี่น้องชาวไทย หลวงตามหาบัวจึงได้ปรารภขึ้นด้วยความห่วงใยว่า “จำเป็นต้องอาศัยความสามัคคีของพี่น้องไทยทุกคน ให้ต่างเสียสละช่วยกันอย่างจริงจัง” เมื่อคำปรารภดังกล่าวกระจายออกไปสู่สังคมกว้างขึ้น ผู้ที่เคารพศรัทธาในหลวงตามหาบัว และผู้มีความรักชาติ ต่างออกมาแสดงน้ำใจสละเงินทองช่วยกัน เมื่อคนไทยทั้งในและต่างประเทศรับรู้เรื่องมากขึ้น น้ำใจแห่งความรักชาติจึงเริ่มหลั่งไหลมาช่วยเหลือไม่ขาดสาย กลายเป็นที่มาของ “โครงการผ้าป่าช่วยชาติ” ที่หลวงตามหาบัวต้องฝืนสังขารไปแสดงธรรมเทศนาเพื่อรับบริจาคในการช่วยชาติ แล้วหลวงตามหาบัวก็ได้ประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 12 เม.ย.41 ว่า จะยกเงินทองที่ได้จากการบริจาคให้กับคลังหลวงทั้งหมด โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงเป็นประธาน

 

 “โครงการช่วยชาติโดยหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน” หรือจะรู้จักกันดีในโครงการผ้าป่าช่วยชาติ ย้อนหลังไปเมื่อวันหนึ่งในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2540 ในขณะที่หลวงตาได้เดินทางไปแจกสิ่งของให้กับโรงพยาบาลในท้องถิ่น กันดาร อันเป็นกิจวัตรที่หลวงตาได้ปฏิบัติอยู่เป็นเนืองนิตย์ ในวันนั้นจึงได้ทราบว่าโรงพยาบาลมีหนี้สินเป็นอันมาก จนไม่สามารถจะชำระหนี้ให้แก่บริษัทหรือร้านค้าที่ซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ได้ ทั้งที่มิได้ก่อหนี้สินใดๆ ขึ้น หากแต่เป็นหนี้อันเกิดจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่เปลี่ยนไปเอง ซึ่งเป็นผลมาจากวิกฤตทางการเงินของประเทศ

ทำให้หลวงตารู้สึกสลดใจเป็นอันมาก ท่านจึงดำริที่จะช่วยชาติช่วยแผ่นดิน โดยทุ่มเทน้อมนำพี่น้องชาวไทยทั่วประเทศให้ร่วมกันบริจาคเงิน เพื่อช่วยชาติบ้านเมืองของเรา โครงการช่วยชาติจึงได้เกิดขึ้นตั้งแต่บัดนั้น โดยได้รับเงินบริจาคประเดิมรายแรกเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2541 เป็นเงินจำนวน 2,500 เหรียญสหรัฐ เป็นปฐมฤกษ์ และเริ่มดำเนินการอย่างจริงจังตั้งแต่วันที่ 12 เมษายน ปีเดียวกันเป็นต้นมา ซึ่งถือเป็นวันเปิดโครงการ โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ได้ทรงพระกรุณาเสด็จไปเป็นองค์ประธานเปิดโครงการ



หลังจากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทก็ได้เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ไปยังสำนักสงฆ์สวนแสงธรรม เพื่อถวายพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ร่วมในโครงการช่วยชาติกับหลวงตา นับว่าเป็นมหาอุดมมงคลอันยิ่งใหญ่ต่อโครงการช่วยชาติของหลวงตา ด้วยแรงศรัทธาจากทุกสารทิศต่อหลวงตามหาบัว และด้วยความรักชาติรักแผ่นดินของชาวไทยทุกหมู่เหล่า เป็นเหตุให้ทองคำ เงินเหรียญสหรัฐ เงินตราสกุลต่างประเทศ รวมทั้งเงินบาท หลั่งไหลเข้าสู่บัญชีช่วยชาติอย่างต่อเนื่องมิได้ขาดสาย และหลวงตาก็ได้รวบรวมส่งมอบให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อนำเข้าบัญชีฝ่ายออกบัตรหรือคลังหลวง

โครงการผ้าป่าช่วยชาติ  ที่หลวงตามหาบัวได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2540 ซึ่งเป็นปีที่ประเทศไทยเริ่มประสบปัญหาภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ และได้ปิดโครงการลงเมื่อวันที่  12  เม.ย.2547  ตลอดระยะเวลาการปฏิบัติโครงการ ได้มีการมอบทองคำแท่งให้ธนาคารแห่งประเทศไทย  (ธปท.) ทั้งหมด  15  ครั้ง และครั้งล่าสุด เมื่อวันที่  9  ม.ค.53 รวมเป็นทองคำแท่งทั้งสิ้น 967 แท่ง จำนวน  12,079.8  กิโลกรัม หากเปรียบเทียบน้ำหนักทองคำอ้างอิง 1 กิโลกรัมเท่ากับน้ำหนักทอง 66 บาท และอ้างอิงราคาทองคำแท่ง ณ ปัจจุบัน บาทละ 19,650 บาท ฉะนั้น จึงคำนวณทองคำแท่งจากโครงการผ้าป่าช่วยชาติตามน้ำหนักเป็น 797,266.8 บาท คิดเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 15,666,292,260 บาท.


 


หลวงตามหาบัวอริยสงห์แห่งแผ่นดินสยาม ผู้นำกองทัพธรรมได้ดับขันธ์แล้วเมื่อวันที่ เวลา 03.53 น.วันที่ 30 ม.ค.2554 ยังความเศร้าโศกเสียใจแก่ศิษยานุศิษย์ทั้งแผ่นดิน แม้ร่างกายหลวงตามหาบัวได้ดับขันธ์ไปแล้ว แต่ในพินัยกรรมท่านระบุไว้ว่า

ส่วนที่เป็นทองคำให้หลอมเป็นทองคำแท่ง ส่วนที่เป็นเงินไม่ว่าจะเป็นเงินสกุลใดให้นำเข้าซื้อทองคำแท่ง และให้นำทองคำแท่งไปมอบให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อใช้เป็น เงินทุนสำรองเงินตราของฝ่ายบำบัดธนาคารแห่งประเทศไทย

  ขอร่วมอาลัยอริยสงฆ์แห่งแผ่นดินไทยและส่งหลวงตาได้ไปสู่ภพภูมิที่ท่านตั้งใจปฏิบัติมาตลอดอายุของท่านเถิด

โจ้

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น